เมล็ดพันธุ์ทั่วไป(OP) กับพันธุ์ลูกผสม(F1) คืออะไร ต่างกันยังไง?
ในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่นิยมหันมาปลูกผักกันมากขึ้น ไม่ว่าจะปลูกเอาไว้เพื่อบริโภคในครัวเรือนกันเอง หรือปลูกเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้ก็ตาม ยิ่งหลังๆนี้มีผู้คิดค้นวิธีการปลูกผักแบบใหม่ๆขึ้นมาทำให้กระแสการปลูกผักตามครัวเรือนเป็นที่นิยมมากขึ้นไปอีก แต่จะมีซักกี่คนที่จะรู้ว่าเมล็ดผักที่เรานำมาปลูกนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นผักชนิดเดียวกันแต่อาจจะไม่เหมือนกันอย่างที่คิดไว้ก็เป็นได้ ซึ่งในวันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนี้กันว่ามันแตกต่างกันอย่างไร
เมล็ดผักที่มีขายกันอยู่ตามท้องตลาดในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นแบบที่บรรจุซองขายสำหรับปลูกเองที่บ้านไว้กินเองหรือแบบบรรจุกระป๋องสำหรับปลูกเพื่อการค้านั้นแม้จะเป็นผักชนิดเดียวกันแต่ก็อาจจะมีข้อแตกต่างกันตรงที่เป็น เมล็ดสายพันธุ์ทั่วไป (OP) หรือ เมล็ดสายพันธุ์ลูกผสม (F1) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
เมล็ดสายพันธุ์ทั่วไป (OP) หรือ open pollinated variety
คือสายพันธุ์ที่ได้จากการผสมพันธุ์ของต้นพ่อและต้นแม่ที่มีสายพันธุ์เดียวกันหรือใกล้เคียงกันมาก โดยมีวิธีการผสมพันธุ์แบบเปิดอย่างอิสระ พูดง่ายๆก็คือ เป็นเมล็ดที่มีพ่อแม่เป็นพันธุ์เดียวกันที่ผสมเองแบบธรรมชาติ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเมล็ดสายพันธุ์ทั่วไป (OP) จะเป็นสายพันธุ์ที่ปลูกกันทั่วไปอยู่แล้วในบ้านเรา จึงดูแลค่อนข้างง่าย ทนกับสภาวะดินฟ้าอากาศในบ้านเรา แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นของเมล็ดสายพันธุ์ทั่วไป (OP) ก็คือ เป็นเมล็ดที่มีสายพันธุ์แท้ มีพันธุ์กรรมที่นิ่ง ไม่มีการแปรปรวนทางพันธุกรรมเกิดขึ้น ไม่มีการเป็นหมัน พูดง่ายๆก็คือต้นพ่อแม่เป็นอย่างไรลูกออกมาก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีการผิดเพี้ยนสายพันธุ์เกิดขึ้น เมื่อเราปลูกไปแล้วสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ของต้นที่เราปลูกเอาไว้ไปปลูกในรุ่นต่อๆไปได้ และมีราคาถูก แต่จะมีจุดด้อยตรงที่ลักษณะของผลผลิตที่ได้มาไม่ค่อยเป็นที่ต้องการของตลาด ไม่ตรงกับที่ตลาดต้องการ (อันนี้ในแง่ของการปลูกเพื่อขาย) และอาจจะมีผลผลิตที่ไม่ค่อยสม่ำเสมอ
เมล็ดสายพันธุ์ลูกผสม (F1) หรือ Hybrid variety
คือสายพันธุ์ที่ได้จากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างสอง หรือมากกว่าสองสายพันธุ์ที่มีความแตกต่างกันโดยจะทำการผสมพันธุ์แบบปิดที่มีการควบคุม โดยหลักการผสมข้ามสายพันธุ์นี้ก็เพื่อดึงจุดเด่นของแต่ละสายพันธุ์ให้มาอยู่รวมกันยกตัวอย่างเช่น พริกสายพันธุ์ ก มีผลผลิตที่สีแดงสวยงามแต่มีขนาดไม่ใหญ่ไม่ได้น้ำหนัก กับ พริกสายพันธุ์ ข ที่มีผลผลิตที่มีขนาดใหญ่แต่ว่าสีไม่ค่อยแดง เมื่อเราทำการผสมข้ามสายพันธุ์กันระหว่าง สายพันธุ์ ก กับ สายพันธุ์ ข และดึงเอาลักษณะเด่นของทั้งสองสายพันธุ์ออกมาก็จะทำให้ได้ พริกที่มีสีแดงสวยงามและมีขนาดใหญ่ เป็นที่ต้องการของตลาดนั่นเอง ซึ่งสายพันธุ์ลูกผสม (F1) ส่วนใหญ่จะเป็นที่ต้องการของตลาด และมีผลผลิตที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ ส่วนจุดด้อยของเมล็ดสายพันธุ์ลูกผสม (F1) ก็คือเราจะไม่สามารถนำเมล็ดที่เราเก็บจากการปลูกรุ่นแรกไปปลูกในรุ่นต่อๆไปได้เพราะจะทำให้เกิดความแปรปรวนทางพันธุกรรม สายพันธุ์ไม่นิ่งปลูกมาและไม่เหมือนต้นพ่อต้นแม่ หรือที่หนักสุดก็คือเมล็ดเป็นหมัน ปลูกไม่ขึ้นนั่นเอง และเมล็ดมีราคาค่อยข้างแพง
สรุปจุดเด่น จุดด้อย สายพันธุ์ทั่วไป (OP)
จุดเด่น
- เป็นสายพันธุ์แท้ สามารถนำไปปลูกในรุ่นต่อไปได้
- ดูแลง่าย ทนต่อดินฟ้าอากาศ โรคและแมลง
- เมล็ดพันธุ์ผักมีราคาถูก
จุดด้อย
- ผลผลิตที่ได้ตลาดไม่ค่อยนิยม
- ผลผลิตไม่ค่อยสม่ำเสมอ
สรุปจุดเด่น จุดด้อย สายพันธุ์ลูกผสม (F1)
จุดเด่น
- ผลผลิตที่ได้มีรูปร่างและขนาด ตามที่ตลาดต้องการ
- ให้ผลผลิตที่มาและมีความสม่ำเสมอ
จุดด้อย
- เมล็ดที่ได้จากการปลูกครั้งแรก ไม่สามารถนำไปปลูกต่อในรุ่นต่อไปได้
- เมล็ดพันธุ์ผักมีราคาแพง
มาถึงตรงนี้เราก็พอจะทราบคร่าวๆแล้วว่าเมล็ดที่เราจะไปซื้อมาปลูกนั้นมันแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนที่เหมาะกับเรา ยังไงก็ขอจบบทความนี้ไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ
ถ้ามีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถถามเข้ามาใน คอมเม้นต์ ด้านล่างได้เลยครับ


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น